เบาหวานคืออะไร? เบาหวานคือกลุ่มโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างปกติ เนื่องจากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรือร่างกายใช้อินซูลินได้ไม่มีประสิทธิภาพ

คำเตือนสำคัญ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยและการรักษาจากแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจสอบและการรักษาที่เหมาะสม

ประเภทของเบาหวาน

เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes)

ลักษณะเฉพาะ:

  • ตับอ่อนหยุดผลิตอินซูลินเกือบทั้งหมด
  • พบในเด็กและวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่
  • ต้องใช้อินซูลินฉีดตลอดชีวิต
  • คิดเป็นประมาณ 5-10% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด

สาเหตุการเกิดโรค:

  • ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์เบต้าในตับอ่อน
  • อาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิดอาจเป็นตัวกระตุ้น

เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes)

ลักษณะเฉพาะ:

  • ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน หรือตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ
  • พบในผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่
  • สามารถควบคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและยา
  • คิดเป็นประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด

ปัจจัยเสี่ยง:

  • น้ำหนักเกิน และโรคอ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • อายุมากขึ้น
  • ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes)

ลักษณะเฉพาะ:

  • เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์
  • มักหายไปหลังคลอด
  • เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต

อาการของเบาหวาน

อาการเริ่มต้น

อาการคลาสสิก 3 ประการ:

  1. กระหายน้ำมาก (Polydipsia) – ปากแห้ง ต้องดื่มน้ำบ่อยและมาก
  2. ปัสสาวะบ่อย (Polyuria) – ปัสสาวะมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกลางคืน
  3. หิวมาก (Polyphagia) – รู้สึกหิวตลอดเวลา แม้ทานอาหารแล้ว

อาการเสริม:

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • มองเห็นเบลอ
  • แผลหายช้า
  • รู้สึกแสบปวดหรือชาตามมือเท้า

อาการในระยะรุนแรง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก:

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • หายใจลึกและเร็ว
  • กลิ่นปากหวานเหมือนผลไม้
  • ความรู้สึกตัวลดลง

เมื่อใดควรรีบพบแพทย์:

  • มีอาการคลาสสิก 3 ประการ
  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • แผลหายช้าผิดปกติ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน

การวินิจฉัยเบาหวาน

เกณฑ์การวินิจฉัย

การตรวจน้ำตาลในเลือด:

  • น้ำตาลขณะอดอาหาร: ≥ 126 mg/dL
  • น้ำตาลสุ่ม: ≥ 200 mg/dL พร้อมมีอาการ
  • น้ำตาลหลังดื่มน้ำหวาน 2 ชั่วโมง: ≥ 200 mg/dL
  • HbA1c: ≥ 6.5%

การเตรียมตัวก่อนตรวจ:

  • อดอาหาร 8-12 ชั่วโมงสำหรับการตรวจแบบอดอาหาร
  • ดื่มน้ำธรรมดาได้
  • ไม่สูบบุหรี่ก่อนตรวจ
  • แจ้งยาที่รับประทานให้แพทย์ทราบ

การตรวจติดตาม

HbA1c (Hemoglobin A1c):

  • สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา
  • เป้าหมายสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทั่วไป: < 7%
  • ควรตรวจทุก 3-6 เดือน

การตรวจติดตามเพิ่มเติม:

  • ไขมันในเลือด
  • การทำงานของไต
  • การตรวจดวงตา
  • การตรวจเท้า

หลักการดูแลเบาหวานเบื้องต้น

การปรับพฤติกรรมการกิน

หลักการพื้นฐาน:

  • ควบคุมปริมาณ: กินพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป
  • เลือกคาร์โบไหเดรตเชิงซ้อน: ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต แทนข้าวขาว
  • เพิ่มไฟเบอร์: ผักใบเขียว ผลไม้ที่ไม่หวานมาก
  • โปรตีนคุณภาพดี: เนื้อปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • น้ำตาลทราย น้ำหวาน
  • ขนมหวาน เค้ก คุกกี้
  • อาหารที่มีไขมันทรานส์
  • อาหารแปรรูปสูง

การแบ่งมื้ออาหาร:

  • กินวันละ 3 มื้อหลัก 2-3 มื้อเสริม
  • ห่างระหว่างมื้อประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  • ไม่ข้ามมื้ออาหาร

การออกกำลังกายเบื้องต้น

ประเภทการออกกำลังกาย:

  • Aerobic Exercise: เดิน วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
  • Resistance Training: ยกน้ำหนัก ดันพื้น
  • Flexibility: โยคะ การยืดเส้น

ความถี่และระยะเวลา:

  • อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • แบ่งเป็น 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วัน
  • ออกกำลังกายแบบต้านทาน 2-3 วันต่อสัปดาห์

การจัดการความเครียด

วิธีลดความเครียด:

  • ฝึกสมาธิ 10-15 นาทีต่อวัน
  • ทำกิจกรรมที่ชอบ
  • นอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง

การป้องกันภาวะแทรกซ้อน

การดูแลเท้า

การตรวจสอบเท้าประจำวัน:

  • ตรวจหาแผล บวม หรือการเปลี่ยนแปลงผิวหนัง
  • ตรวจระหว่างนิ้วเท้า
  • สังเกตเล็บเท้าเปลี่ยนสี

การดูแลเท้า:

  • ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดให้แห้ง
  • ใส่รองเท้าที่พอดีและสบาย
  • ตัดเล็บเท้าตรง ไม่โค้ง
  • ไม่เดินเท้าเปล่า

การดูแลสายตา

การตรวจดวงตาประจำปี:

  • ตรวจจอตาเพื่อหาเส้นเลือดรั่ว
  • ตรวจหาต้อกระจก
  • วัดความดันในลูกตา

การป้องกัน:

  • ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์
  • ใส่แว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

FAQ เกี่ยวกับเบาหวาน

Q: เบาหวานรักษาหายได้หรือไม่? A: เบาหวานชนิดที่ 1 ไม่สามารถรักษาหายได้ ต้องใช้อินซูลินตลอดชีวิต เบาหวานชนิดที่ 2 ควบคุมได้ดีด้วยการปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และยา หากควบคุมได้ดีอาจลดยาหรือหยุดยาได้ในบางกรณี

Q: ผู้ป่วยเบาหวานกินผลไม้ได้หรือไม่? A: กินได้ แต่ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานมาก เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง และควบคุมปริมาณ วันละ 2-3 ส่วน ควรกินพร้อมอาหารมื้อหลักหรือเป็นมื้อเสริม

Q: เบาหวานติดต่อจากคนอื่นได้หรือไม่? A: เบาหวานไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถติดต่อจากคนอื่นได้ แต่อาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้คนในครอบครัวเดียวกันมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

Q: เมื่อไหร่ควรเริ่มตรวจหาเบาหวาน? A: ควรเริ่มตรวจในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น น้ำหนักเกิน มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตรวจทุก 1-3 ปี

Q: ผู้ป่วยเบาหวานสามารถมีลูกได้หรือไม่? A: สามารถมีลูกได้ แต่ต้องมีการวางแผนและควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีก่อนตั้งครรภ์และระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยาและวางแผนการตั้งครรภ์

สรุป

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้ดีหากผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจและดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง การวินิจฉัยเร็วและการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

Shares:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *