ป้องกันท้องผูก ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ แบบสูตรลับฉบับแผนจีน

การขับถ่ายแบบไหน ที่เข้าข่ายว่าอยู่ในเกณฑ์ผิดปกติ คือคำถามที่หลานคนสงสัย หมอเลยหาคำตอบมาบอก
การขับถ่ายผิดปกติสังเกตจากมีการขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ประกอบกับสัญลักษณ์ของอุจจาระที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ก้อนขนาดเล็กหรือก้อนแข็งขึ้น เวลาถ่ายต้องออกแรงเบ่งให้หลุดและใช้เวลานานกว่าจะขับถ่ายเสร็จ หากเรามีภาวะนี้อาจนำไปส่งความเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงทวารหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ภาวะท้องผูกตามศาสตร์จีน ภาวะท้องผูกในแบบจัน (Constipation) เป็นอาการที่อุจจาระแข็งถ่ายออกยากต้องใช้เวลาในการขับถ่ายอุจจาระนาน หรือแม้จะใช้เวลาไม่นาน หากขับถ่ายยากก็นับเป็นอาการท้องผูกแล้ว ในทางแพทย์แผนจีนเกี่ยวข้องกับภาวะความร้อนที่คั่งในกระเพาะอาหาาและลำไส้ หรือการที่มีภาวะหยางพร่องจนทำให้ อุจจาระแข็งตัวจากความเย็น หรือร่วมไปถึงชี่ เลือด และหยิงพร่อง

อาการท้องผูกนอกจากจะพบในโรคของลำไส้แล้ว ยังร่วมกับโรคของทวารหนักกล้ามเนื้อขับถ่ายอ่อนแรง หรือกลุ่มบุคคลที่กินยาระบายมากเกินไป หรือชอบกินอาหารร้อนๆ และแหเงมากเกินไป หรือผ่านการผ่าตัดการทำงานของร่างกายเสื่อมถอย หรือ เกิดจากสารเหลวในร่างกายไม่สมดุล

ท้องผูกในทางแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบันเกี่ยวพันกับการทำงานโดยตรงของลำไส้ใหญ่ และยังมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบย่อยและดูดซึมอาหารของม้าม รวมถึงหน้าที่ในการกระจายและลำเลียงสารอาหารสู่ด้านล่างของปอด เพราะฉะนั้นในแพทย์แผนจีน ความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ ปอด ม้าม และไตจึงมีผละกระทบทำใ้ห้เกิดภาวะท้องผูกได้

เราควรเช็คอาการท้องผูกในแผนจีนและการขับถ่ายสามารถบอกโรคได้หลายสิ่ง ส่วนใหญ่แพทย์จีนจะวิเคราะห์การป่วยของคนไข้ ระบบขับถ่าย การจับชีพจรและการตรวจลิ้น เพราะลิ้นเปรียบเสมือนช่องทวารของหัวใจที่บอกภาวะของพลังเจิ่งชี่ในร่างกาย ถ้าลิ้นแดงชุ่มชื่นพอดีถือว่าเลือดสมบูรณ์ ลิ้นซีดขาวเข้าข่ายเลือดลมอ่อนแอ เป็นต้น ลิ้นยังเป็นส่วนเนื้อเยื่อเกี่ยวกับเนื้อเยื่อบุลำไส้อีกด้วย หากลิ้นของเรามีลักษณะอย่างไร ลำไส้ของเรมในขณะนั้นก็จะมีลักษณะแบบเดียวกัน สามารถแบ่งกลุ่มคนไข้อาการท้องผูก ดังนี้

กลุ่มมากเกินไป
1 กลุ่มมากเกินไป คือกลุ่มที่กินมากเกินไป ยกตัวอย่างเช่นกินอาหารเยอะไป ร่างกายจึงย่อยยาก ติดการกินมื้อใหญ่ มื้อหนัก และกินอาหารมันเป็นเวลานนานจึงทำให้ระบบย่อยไม่ทำงาน เมื่ออาหารไม่ย่อยจึงเกิดเสลดตกค้างและเกิดความร้อนในร่างกายเนื่องจาก เลือดรวมตัวคั่งค้าง ไม่ไหลเวียน อาหารไปอุดตันที่ลำไส้จนแน่น ทำให้ท้องอืดจุกเสียด ควรกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูงมากขึ้น และดื่มน้ำในปริมาณมาก เพราะระบบย่อยต้องการใช้น้ำ และช่วยทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้คือ เสริมด้วยการออกกำลังกาย หัดขยับตัวบ่อยๆ ควรเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนักมาก เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง การเดินหลังกินอาหารเสร็จ วันละ 30 นาที ผู้ที่มีอาการท้องผูกควรหลีกเลี่ยงการกินของทอด ของมัน อาหารรสจัด และอาหารเย็นจัด

ยาจีนที่แนะนำหากต้องไปกินมื้อหนักๆ บางมื้อคือยาช่วยย่อยของจีน ชื่อเบ่าเหอหยวน ไม่แนะนำให้กินเป็นประจำ เพราะจะรบกวนระบบอาหารและการทำงานของม้ามได้

2 กลุ่มท้องผูกจากความเครียดเป็นครั้งคราว ส่วนใส่กลุ่มนี้จะมีความเครียดจะส่งผลกระทบต่อระบบขับถ่ายทำให้ไม่ปกติ มักจะมีอาการท้องอืดบวมแข็ง หรือบางรายเมื่อมีความเครียดมากอาจท้องเสียและท้องร่วง กลไกของกลุ่มอาการเหล่านี้คือ เมื่อร่างกายเกิดความเครียดจะมีความร้อนเกิดขึ้นมาก ทำให้พลังงานตับถูกปิดกั้น พลังงานในตับไม่เดิน ทำให้ระบบร่างกายรวนไปด้วย ซึ่งสูตรยาจีนเหยาหยวน เป็นสูตรยาจีนที่ช่วยคลายเครียด ช่วยให้พลังงานตับขยับ และปรับความสมดุลระบบย่อยให้ทำงานปกติ เป็นสูตรเริ่มต้นของคนที่ไม่มีอาการมากนัก ตัวยาสามารถกินได้ง่าย แต่ถ้าอาการหนักกว่าที่กล่าวมาข้างต้น เช่น มินต์ ชามินต์ ช่วยลดเครียด และยังช่วยบำรุงการทำงานของพลังงานในตับให้สมดุล

การฝังเข็มให้ลมปรานขยับจะช่วยให้พลังงานตับสมดุล ลดความเครียด ร่างกายสงบ กลุ่มนี้ควรออกกำลังกายด้วยการรำไทชิ ชี่กง หรือเดินเบาๆ ในบางรายอาจเสริมเทคนิคการรักษาอาการด้วย โดนให้เขียนระบายความเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว หลังเขียนระบายเสร็จก็ฉีดหรือเผาทำลายทิ้ง เพื่อให้พลังงานไม่ดีออกจากร่างกายไป ก็พอที่จะช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยเพิ่มการขยับชี่ ขยับพลังงาน เพื่อให้ชี่ทำงานปกติ

3 ท้องผูกจากความเครียดเรื้อรังสะสม กลุ่มนี้เรียกว่าระบบย่อยพังไม่สมดุลผิดปกติมาก อาการของกลุ่มนี้บางวันท้องผูก บางวันท้องเสีย ถ่ายเหลวมาติดต่อกัน กลุ่มนี้ส่วนใหญ่หมอแผนจีนจะวิเคราะห์ควบคู่ไปกับอารมณ์ของคนไข้ด้วย ซึ่งเกี่ยวพันกับหัวใจ ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน หัวใจมีหน้าที่กำหนดชีพจร ควบคุมระบบประสาทความนึกคิดและจิตใจควบคุมการไหลเวียนของเลือดหากเลือดในหัวใจพร่องจะมีอาการใจสั่นหน้าซีดเหนื่อยจะเป็นลมหากเลือดในหัวใจอุดตันผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอกสีหน้าและริมฝีปากมีสีม่วงคล้ำเกี่ยวข้องกับจิตใจระบบประสาทความคิดวิตกกังวล ส่งผลให้นอนไม่หลับฝันบ่อยตื่นนอนกลางคืนสมองไม่แล่นเลือดเดินติดขัดกลุ่มนี้แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์แผนจีนโดยตรงกว่าหาซื้อยากินเอง

กลุ่มขาดหรือน้อยเกินไป
1 กลุ่มเลือดน้อยกลุ่มนี้มักเกิดกับสาวสาววัยทำงานที่มีความเครียดสะสมมีชีวิตประจำวันที่ทำงานยุ่งจนไม่มีเวลากินอาหารให้เพียงพอและครบ 5 หมู่ ทำให้เลือดจางประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ร่างกายซีด ซูบผอม นอนหลับยาก มือและเท้าเย็นตลอดเวลาจนทำให้ท้องผูก กลุ่มนี้สัมพันธ์กับการทำงานของตับ ในศาสตร์แผนจีนหากตับไม่สะสมเลือด จะทำให้เลือดออกมากผิดปกติ หากเลือดในตับน้อยจะเวียนหัวตาลาย มือและเท้าชา แขนและขาอ่อนแรง ประจำเดือนมาน้อย ส่วนสารอาหารสำคัญที่คนกลุ่มนี้ขาด เช่น โปรตีนและธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล อาการท้องผูกของคนกลุ่มนี้คือสัญลักษณ์อุจจาระจะออกมาเป็นก้อนเล็กๆ ละแข็งมากเป็นเม็ดๆ เหมือนกระต่ายหรือแพะ มักปวดท้องเวลาขับถ่าย เพราะลำไส้จะบีบรัดตัวแรงแนะนำให้กินยาจีนสูตรบำรุงเลือดโดยตรง เพื่อบำรุงร่างกาย เช่น สูตรชื่ออู้ทัง เป็นสูตรยาจีนโบราณมีมานานมากแล้วมีสมุนไพรจำเป็นอยู่ 4 อย่างแนะนำให้ต้มกับเนื้อไก่กระดูกหมูหรือปลาส่วนคนจีนขนานแท้ตามความเชื่อใช้ไก่ดำในการต้มยาจีนสูตรนี้จะช่วยบำรุงเลือด

2 กลุ่มขาดเลือดและพลังงานจากการทำงานหนักกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักนั่งทำงานที่เดิมไม่ขยับร่างกายเป็นเวลานานวันนึงอาจนั่งนานถึง 8-12 ชั่วโมง ทำให้การใช้พลังงานของร่างกายหนักมากทั้งเรื่องสายตาและการใช้ความคิดสำหรับคนจีนคนกลุ่มนี้ถือว่าพลังงานและเลือดหมดเพราะ ใช้ชี่เยอะ ในการใช้สายตาและนั่งนาน ทำให้ชี่และเลือดพร่อง วิธีป้องกันของคนจีนจะเน้นกินอาหารบำรุงเลือดทุกชนิดเช่นเนื้อแดงหรือเลือดก้อนหมอจะเสริมด้วยการออกกำลังกายกระตุ้นไขกระดูกเพื่อให้กระดูกเม็ดเลือดแดงได้ดีโดยการเดินวันละ 30นาที เพื่อให้เลือดหมุนเวียนในร่างกายได้ดีและควรนอนให้เพียงพอจึงไม่ควรนอนเกิน 4 ทุ่ม

กลุ่มขาดพลังงาน ชี่พร่อง ม้ามอ่อนกลุ่มนี้ระบบย่อยจะทำงานไม่ดีลักษณะโดยรวมคือ ลิ้นจะเป็นฝ้าขาว อ่อนเพลียง่าย เหนื่อยง่าย หายใจสั้น เหงื่อออกเอง ลำไส้ไม่ขยับ ไม่มีแรงเบ่งอุจจาระ อุจจาระไม่ได้แข็งอาจจะนิ่มหรือเหลวด้วยซ้ำ แต่ใช้เวลาในการเบ่งอุจจาระนาน คนกลุ่มนี้มักมีรูปร่างไม่กระชับ มีอาการพูดเบา หายใจสั้น อ่อนเพลีย ไม่มีชีวิตชีวาสำหรับสูตรยาจีนควรกินยาสูตรผู่จ้งอี้ชี่ทัง เป็นยาที่ช่วยบำรุงระบบพลังานย่อย ช่วยเติมพลังงานให้มากขึ้น อาหารหรือสมุนไพรหมอแนะนำให้กินบัคคี้ เป็นประจำ ใช้ตุ๋นในซุป โดยสามารถตุ๋นกับลูกเดือยหรือเม็ดบัวก็ได้

ภาวะท้องผูกต้องพิจารณาจากต้นเหตุ ทั้งในแผนปัจจุบันหรือแผนจีนก็ตาม ในรายที่เป็นเรื้อรังไม่ควรใช้ยาระบาย ในทางแพทย์จีนนั้นถือว่าจะทำให้เสียน้ำและลมาขึ้น ทำให้พื้นฐานของการเสียสมดุลมาขึ้นอีก การรักษาจึงต้องรักษาแบบองค์รวมของร่างกายเป็นหลัก ร่วมทั้งใช้ยาระบายเป็นตัวเสริม เมื่อร่างกายองค์รวมดีแล้วนั้น อาการท้องผูกจึงจะหายได้โดยร่างกายไม่เสียหายมากขึ้น และเป็นการรักษาภาวะสมดุลที่แท้จริง

อ้างอิง นิตยสารชีวจิต ปีที่ 24 วันที่ 16 มีนาคม 2565

Shares: